แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่านพุทธทาสภิกขุ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่านพุทธทาสภิกขุ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

Buddhadasa Never Dies

ท่านพุทธทาสภิกขุ
ภาพประกอบโดย dinhin2503@gmail.com's photostream
Buddhadasa Never Dies

Buddhadasa shall live, there's no dying. 
Even when the body dies, it will not listen. 
Whether it is or goes is of no consequence, 
it is only something passing through time.

Buddhadasa carries on, there's no dying. 
However good or bad the times, 
always one with the true teaching. 
Having offered body and mind in ceaseless service 
Under Lord Buddha's command.

Buddhadasa lives on, there's no dying. 
In service to all humanity forever 
through the Dhamma Proclamations left behind -- 
O, Friends, can't you see! What dies?

Even when I die and the body ceases 
my voice still echoes in comrades' ears 
clear and bright, as loud as ever. 
Just as if I never died the Dhamma-body lives on.

Treat me as if I never died, 
as though I am with you all as before. 
Speak up whatever is on your minds 
as if I sit with you helping point out the facts.

Treat me as if I never died, then 
many streams of benefits will accrue. 
Don't forget the days we set aside for Dhamma discussion; 
Realize the Absolute and stop dying!

Buddhadasa Bhikkhu

(on the occasion of his eightieth birthday, 27 May 1987)

Information From : Suan Mokkh: The Garden of Liberation
Link : http://www.suanmokkh.org/verse/neverdie.htm

เรียนปรัชญา โดย Buddhadasa Bhikkhu

ท่านพุทธทาสภิกขุ
ภาพประกอบโดย dinhin2503@gmail.com's photostream
เรียนปรัชญา

เรียนอะไร ถ้าเรียน อย่างปรัชญา
ที่เทียบกับ คำว่า ฟิโลโซฟี่
เรียนจนตาย ก็ไม่ได้ พบวิธี
ที่อาจขยี้ ทุกข์ดับ ไปกับกร

เพราะมันเรียน เพื่อมิให้ รู้อะไร
ชัดลงไป ตามที่ธรรม- ชาติสอน
มัวแต่โยก โย้ไป ให้สั่นคลอน
สร้างคำถาม ป้อนต้อน รอบรอบวง

ไม่อาจจะ มีวิมุตติ เป็นจุดจบ
ยิ่งเรียนยิ่ง ไม่ครบ ตามประสงค์
เป็นเฮโรอีน สำหรับปราชญ์ ที่อาจอง
อยู่ในกรง ปรัชญา น่าเอ็นดูฯ 

โดย ท่านพุทธทาสภิกขุ

มอง-มอง-มอง โดย Buddhadasa Bhikkhu

ท่านพุทธทาสภิกขุ
ภาพประกอบโดย dinhin2503@gmail.com's photostream
มอง-มอง-มอง

มองอะไร มองให้เห็น เป็นครูสอน
มองไม้ขอน หรือมองคน มองค้นหา
มองเห็นความ เสมอกัน มีปัญญา
มองเห็นว่า ล้วนมีพิษ อนิจจัง
มองทุกข์สุข ก็จงจ้อง มองให้ดี
มองว่าเป็น อย่างที่ คนเราหวัง
มองว่าเป็น ตามปัจจัย ให้ระวัง
มองจริงจัง ก็จักเห็น เป็นธรรมดา
มองโดยนัย ที่มันสอน จะถอนโศก
มองเยกโยก มันไม่สอน ร้อนเป็นบ้า
มองไม่เป็น โทษผีสาง นางไม้มา
มองถูกท่า ไม่คว้าทุกข์ มองถูกจริง!  

โดย ท่านพุทธทาสภิกขุ

วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2554

Dear Comrades by Buddhadasa Bhikkhu

The Teacher: Buddhadasa Bhikkhu

Picture From Suan Mokkh: The Garden of Liberation


Dear Comrades

Comrades, there is no “us” to be found 
but in a careless slip "us" comes to be. 
Once awareness recovers, “us” disappears. 
Ending this “us” business is good for all.

Dear Comrade, why not remove the "us"-ing 
and, while you’re at it, the "them"-ing, too. 
Living only with wisdom and kindness; 
don't let "us" and "them" hang around.


Information From : Suan Mokkh: The Garden of Liberation

Living with a Free Heart by Buddhadasa Bhikkhu



The Teacher: Buddhadasa Bhikkhu


Living with a Free Heart 

Do all kinds of work with a free heart 
Freely giving all the fruits to voidness* 
Eat the food of voidness as the noble ones do
Dying to oneself from the very start

Whoever can let go in these ways
Need never endure suffering and hardship
Whoever fulfills this “Art of Living”
Finds a “trick” that brings complete well-being 

* Sunyata, voidness or emptiness, is in terms of selfishness, defilement, “self,” and suffering. All virtues may manifest in voidness, 
but not as “me” or “mine.”

Information From : Suan Mokkh: The Garden of Liberation

Gratitude Saves the World by Buddhadasa Bhikkhu

Buddhadasa Bhikkhu



Be someone who is grateful, knowing the world's virtues.
It gives all the goods and resources we need:
rice and salt, grass and vegetables, fish and fruit, and more.
Know how to draw upon it without ruining any of it.
Furthermore, person to person, each and all of us,
without exception have value for each other, deep and vast.
Consider well the truth that makes it possible for the world
to survive — because all kinds know the value of others.
The Nation — The Religion — The Monarchy*
together make up the enormous Soul of the Thai people.
We survive through caring for each other, hearts bound
together because gratitude fills them to the brim.

* The Pillars of national unity promoted by Thai governments.

Information From : Suan Mokkh: The Garden of Liberation


วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554

ช่างหัวมัน โดย BuddhadasaBhikkhu


ช่างหัวมัน

จงยืนกราน สลัดทั่ว ช่างหัวมัน
ถ้าเรื่องนั้น นั้นเป็นเหตุ แห่งทุกข์หนา
อย่าสำออย ตะบอยจัด ไว้อัตรา
ตัวกูกกล้า ขึ้นเรื่อยไป อัดใจตาย
เรื่องนั้นนิด เรื่องนี้หน่อย ลอยมาเอง
ไปบวกเบ่ง ให้เห็นว่า จะฉิบหาย
เรื่องเล็กน้อย ตะบอยเห็น เป็นมากมาย
แต่ละราย รีบเขวี้ยงขว้าง ช่างหัวมัน
เมื่อตัวกู ลู่หลุบ ลงเท่าไร
จะเย็นเยือก ลงไป ได้เท่านั้น
รอดตัวได้ เพราะรู้ใช้ "ช่างหัวมัน"
จงพากัน หัดใช้ ไว้ทุกคน ฯ
( พุทธทาสภิกขุ )

สวรรค์อันแท้จริง โดย Buddhadasa Bhikkhu


สวรรค์อันแท้จริง มีได้ที่นี่และเดี๋ยวนี้
คือการกระทำหน้าที่ของตนอย่างถูกต้อง
และสมบูรณ์ จนยกมือไหว้ตัวเองได้
สวรรค์อื่น-อย่างอื่น-คราวอื่นทั้งหมด
ถ้ามี ก็ขึ้นอยู่กับสวรรค์ที่ว่านี้.
( พุทธทาสภิกขุ )

วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2554

นิทานเซ็น เล่าโดย .. ท่านพุทธทาสภิกขุ เรื่อง น้ำชาล้นถ้วย


นิทานเซ็น เล่าโดย .. ท่านพุทธทาสภิกขุ เรื่อง น้ำชาล้นถ้วย
  
          เรื่องที่หนึ่ง ซึ่งไม่อยากจะเว้นเสีย ทั้งที่ เคยเอ่ยถึงแล้ว วันก่อน คือ เรื่อง น้ำชาล้นถ้วย คือว่า อาจารย์ แห่งนิกายเซ็น ชื่อ น่ำอิน เป็น ผู้มีชื่อเสียง ทั่วประเทศ และ โปรเฟสเซอร์ คนหนึ่ง  เป็น โปรเฟสเซอร์ ที่มีชื่อเสียง ทั่วประเทศ ไปหา อาจารย์น่ำอิน เพื่อขอศึกษา พระพุทธศาสนา อย่างเซ็น ในการต้อนรับ ท่านอาจารย์ น่ำอิน ได้รินน้ำชา ลงในถ้วย รินจนล้นแล้วล้นอีก 

          โปรเฟสเซอร์ มองดูด้วยความฉงน ทนดูไม่ได้ ก็พูดโพล่งออกไปว่า "ท่านจะใส่มัน ลงไปได้อย่างไร" ประโยคนี้ มันก็แสดงว่า โมโห ท่านอาจารย์ น่ำอิน จึงตอบว่า" ถึงท่านก็เหมือนกัน อาตมาจะใส่อะไร ลงไปได้อย่างไร เพราะท่านเต็มอยู่ด้วย opinions และ speculations ของท่านเอง" คือว่า เต็มไปด้วยความคิด ความเห็น ตามความ ยึดมั่นถือมั่น ของท่านเอง และมีวิธีคิดนึก คำนวณ ตามแบบ ของท่านเอง สองอย่างนี้แหละ มันทำให้เข้าใจ พุทธศาสนาอย่างเซ็น ไม่ได้ เรียกว่า ถ้วยชามันล้น

        ท่านครูบาอาจารย์ทั้งหลาย จะเตือนสติเด็กของเราให้รู้สึกนึกคิด เรื่องอะไรล้น อะไรไม่ล้น ได้อย่างไร ขอให้ช่วยกันหาหนทาง ในครั้งโบราณ ในอรรถกถา ได้เคย กระแหนะกระแหน ถึง พวกพราหมณ์ ที่เป็น ทิศาปาโมกข์ ต้องเอาเหล็กมาตี เป็นเข็มขัด คาดท้องไว้ เนื่องด้วย กลัวท้องจะแตก เพราะวิชาล้น นี้จะเป็นเรื่อง ที่มีความหมายอย่างไร ก็ลองคิดดู พวกเรา อาจล้น หรือ อัดอยู่ด้วยวิชาทำนองนั้น จนอะไรใส่ ลงไปอีกไม่ได้ หรือ ความล้นนั้น มันออกมา อาละวาด เอาบุคคลอื่น อยู่บ่อยๆ บ้างกระมัง แต่เราคิดดูก็จะเห็นได้ว่า ส่วนที่ล้น นั้น คงจะเป็นส่วน ที่ใช้ไม่ได้ จะจริงหรือไม่ ก็ลองคิด 

        ส่วนใดที่เป็นส่วนที่ล้น ก็คงเป็น ส่วนที่ใช้ไม่ได้ ส่วนที่ร่างกาย รับเอาไว้ได้ ก็คงเป็น ส่วนที่มีประโยชน์ ฉะนั้น จริยธรรมแท้ๆ ไม่มีวันจะล้น โปรดนึกดูว่า จริยธรรม หรือ ธรรมะแท้ๆ นั้น มีอาการล้นได้ไหม ถ้าล้นไม่ได้ ก็หมายความว่า สิ่งที่ล้นนั้น มันก็ไม่ใช่จริยธรรม ไม่ใช่ธรรมะ ล้นออกไป เสียให้หมด ก็ดีเหมือนกัน หรือ ถ้าจะพูดอย่างลึก เป็นธรรมะลึก ก็ว่า จิตแท้ๆ ไม่มีวันล้น อ้ายที่ล้นนั้น มันเป็นของปรุงแต่งจิต ไม่ใช่ตัวจิตแท้ มันล้นได้มากมาย แต่ถึงกระนั้น เราก็ยังไม่รู้ว่า จิตแท้คืออะไร อะไรควรเป็น จิตแท้ และอะไรเป็นสิ่ง ที่ไม่ใช่จิตแท้ คือ เป็นเพียง ความคิดปรุงแต่ง ซึ่งจะล้นไหลไปเรื่อย นี่แหละ รีบค้นหาให้พบ สิ่งที่เรียกว่า จิตจริงๆ กันเสียสักที ก็ดูเหมือนจะดี

        ในที่สุด ท่านจะพบตัวธรรมะอย่างสูง ที่ควรแก่นามที่จะเรียกว่า จิตแท้ หรือ จิตเดิมแท้ ซึ่งข้อนั้น ได้แก่ ภาวะแห่งความว่าง จิตที่ประกอบด้วย สภาวะแห่งความว่างจาก "ตัวกู-ของกู" นั้นแหละ คือ จิตแท้ ถ้าว่างแล้ว มันจะเอาอะไรล้น นี่เพราะเนื่องจากไม่รู้จักว่า อะไรเป็นอะไร จึงบ่นกันแต่เรื่องล้น การศึกษาก็ถูกบ่นว่า ล้น และที่ร้ายกาจที่สุด ก็คือ ที่พูดว่า ศาสนานี้ เป็นส่วนที่ล้น จริยธรรมเป็นส่วนล้น คือส่วนที่เกิน คือ เกินต้องการ ไม่ต้องเอามาใส่ใจ ไม่ต้องเอามาสนใจ เขาคิดว่า เขาไม่ต้อง เกี่ยวกับศาสนา หรือธรรมะเลย เขาก็เกิดมาได้ พ่อแม่ก็มีเงินให้ เขาใช้ให้เขาเล่าเรียน เรียนเสร็จแล้ว ก็ทำราชการ เป็นใหญ่เป็นโต ได้โดยไม่ต้อง มีความเกี่ยวข้อง กับศาสนาเลย 

       ฉะนั้น เขาเขี่ยศาสนา หรือ ธรรมะ ออกไปในฐานะ เป็นส่วนล้น คือ ไม่จำเป็น นี่แหละ เขาจัดส่วนล้น ให้แก่ศาสนาอย่างนี้ คนชนิดนี้ จะต้องอยู่ ในลักษณะที่ ล้นเหมือน โปรเฟสเซอร์คนนั้น ที่อาจารย์น่ำอิน จะต้อง รินน้ำชาใส่หน้า หรือ ว่ารินน้ำชาให้ดู โดยทำนองนี้ทั้งนั้น เขามีความเข้าใจผิดล้น ความเข้าใจถูกนั้นยังไม่เต็ม มันล้นออกมา ให้เห็น เป็นรูปของ มิจฉาทิฎฐิ เพราะเขาเห็นว่า เขามีอะไรๆ ของเขาเต็มเปี่ยมแล้ว ส่วนที่เป็นธรรมะ เป็นจริยธรรมนี่ เข้าไม่จุ อีกต่อไป ขอจงคิดดูให้ดีเถอะว่า นี้แหละ คือ มูลเหตุที่ทำให้จริยธรรม รวนเร และ พังทลาย ถ้าเรามีหน้าที่ ที่จะต้องผดุงส่วนนี้แล้ว จะต้องสนใจเรื่องนี้


บทความที่ได้รับความนิยม