วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2554

สรุปเรื่องด้วยการให้อภัย


สรุปเรื่องด้วยการให้อภัย
เขียนโดย ภิญโญ ราชัยบ่อ

คัดลอกจากบทความ “จุดหัวใจให้สว่างไสวด้วยไม้ขีดไฟ ๙ ก้าน”
หนังสือ “กลเม็ดเผด็จสุข”
รวบรวมในหนังสือ “ความจริงเกี่ยวกับ ความรัก ความโกรธ และ ความเมตตา เล่ม ๓” 

     คุณเคยพกพาเรื่องโกรธแค้นเอาไว้นมนาน และเก็บค้างคาไว้ในอกเป็นเดือนเป็นปี วางไม่ลง ลืมไม่ได้บ้างหรือไม่ หากคุณเคยเป็นเช่นนี้หรือตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่ ลองพิจารณาตัวเองดูให้ดีว่าตัวเองรู้สึกเช่นไร เมื่อต้องแบกความรู้สึกเช่นนี้ไว้กับตัว

     การที่เราแบกเก็บเรื่องราวต่าง ๆ ไว้ในจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นช่วงสั้น ๆ หรือยาวนานก็ตาม นั่นด้วยเพราะเราไม่ปล่อยวางเกี่ยวกับเรื่องนั้น หรือจะพูดให้ฟังง่าย ๆ ก็คือ เราไม่ยอมสรุปเรื่องดังกล่าวให้จบลงเสียที มิเช่นนั้นมันก็คงไม่อยู่กับเราข้ามคืนข้ามวัน หรือข้ามเดือนข้ามปีมาได้เป็นแน่

     แม้นเรื่องราวหรือปัญหาต่าง ๆ ที่ได้เกิดขึ้นกับเรา จะผ่านพ้นไปแล้ว
ก็ตาม แต่เรายังคงเก็บอารมณ์ลบจากเหตุการณ์เหล่านั้นเอาไว้ เช่น ความโกรธเกลียด ความอิจฉาริษยา ความขุ่นมัว อันเนื่องจากความต้องการเอาชนะ และอื่น ๆ ซึ่งสรุปได้ว่าที่อารมณ์เหล่านั้นยังคงอยู่ในจิตใจของเราได้ ก็เพราะเราไม่ยอมสรุปเรื่องต่าง ๆ ให้จบลง ไม่ยอมให้อภัยกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เป็นการไม่ให้อภัยคนอื่นหรือแม้แต่ตัวเองก็ตามที ขังจิตตัวเองไว้กับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ล่วงเลยไปแล้ว ไม่ต่างอะไรกับการที่นักโทษถูกกักขังจนมิสามารถไปไหนมาไหน หรือทำอะไรได้ตามอิสระ

     บางคนโกรธกันนานนับ ๑๐ ปี ด้วยเพียงความเข้าใจผิดกันเท่านั้น ต่างคนก็ต่างคิดกันไปคนละอย่าง ไม่เคยหันหน้าเข้าหากันเพื่อช่วยกันสรุปเรื่องให้จบ หรือหันหน้าพูดคุยให้อภัยกันและกัน น่าเสียดายวันคืนที่น่าจะได้มีโอกาสมอบความปรารถนาดีและไมตรีจิตต่อกัน กลับต้องมาหมดเปลืองไปกับอารมณ์ขุ่นมัว การกินแหนงแคลงใจกัน ทั้ง ๆ ที่เวลาแต่ละคนจะได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันนั้นแสนสั้นนัก

     เหตุสำคัญอีกอย่างที่ทำให้คนเราสรุปเรื่องให้จบลงได้ยาก ก็เพราะความลุ่มหลงในตัวเอง คาดหวังไว้ว่าทุกคนต้องพูดดี ทำดี กับตัวเราตลอดเวลา วันไหนไปเจอเขากำลังอารมณ์เสีย เราก็จะรู้สึกยอมไม่ได้ขึ้นมาทันที ทำไมเขาต้องทำกิริยาเช่นนี้กับเรา บางทีไปเจอคนที่พูดตรงไปตรงมา กล่าวคำตำหนิติเตียนการกระทำของเรา ก็รู้สึกไม่พอใจ เก็บสะสมไว้เป็นกองขยะอยู่เต็มหัวใจ ทั้ง ๆ ที่เรื่องเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกวี่ทุกวัน เราเองก็ยังมีวันที่อารมณ์ไม่เป็นปกติ คนอื่น ๆ ก็เหมือนกับเรานั่นเอง

     เมื่อเราเจอเหตุการณ์เช่นนี้ก็ควรมองให้เป็นเรื่องปกติ และให้อภัยเสีย หรือไม่ต้องไปเพ่งโทษใส่ใจกับอารมณ์ลบของอีกฝ่าย และสรุปเรื่องให้จบ ณ เวลานั้น การฝึกฝนจิตให้รู้จักสรุปเรื่องให้จบ อภัยให้เป็น จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะเราต้องเจอโจทย์นี้กันแทบทุกวัน

     อันที่จริงแล้วการที่เราสามารถสรุปเรื่องที่ผ่านไปแล้วให้จบลงได้ โดยไม่เก็บอารมณ์ขุ่นมัวใด ๆ เอาไว้กับจิต มิได้เป็นการกระทำที่ทำให้เราต้องเสียเปรียบใครอย่างที่หลาย ๆ คนคิด เพราะเหตุการณ์เหล่านั้นได้เกิดขึ้นและจบลงไปแล้ว เหมือนกับเปลวไฟที่เราเห็นด้วยตานั้น แท้ที่จริงเกิดจากเปลวไฟเปลวใหม่หลาย ๆ เปลวลุกไหม้ต่อเนื่องกันทุกวินาทีหรือทุกขณะจิต เปลวไฟที่เราเห็นนั้นเป็นเปลวไฟลูกใหม่เสมอ

     ชีวิตของเราก็เช่นกัน เราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้ทุกขณะ ทุก ๆ วัน
     ซึ่งขึ้นอยู่กับตัวเราว่าจะสามารถทำใจยอมเริ่มต้นหรือไม่เท่านั้น.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม